和菓子 (วากาชิ) ขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ภาพวาดขนมหวานญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะหากพูดถึงขนมหวานที่มีหน้าตาน่ารัก จนแทบไม่อยากทานคงต้องยกให้ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นอย่างขนม “วากาชิ” ขนมหวานญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มีการผสมผสานศิลปะความเป็นญี่ปุ่นสมัยก่อนเอาไว้ได้อย่างลงตัว คำว่า “วากาชิ (和菓子)มาจากคำสองคำคือคำว่า   (wa) ที่มีความหมายว่า “แห่งความเป็นญี่ปุ่น” และตัวอักษร 菓子 (kashi) ที่มีความหมายว่า “ขนมหวาน” พอนำทั้งสองคำมารวมกันก็จะหมายถึงขนมหวานของญี่ปุ่น หรือขนมหวานที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณนั่นเองค่ะ ขนมวากาชิไส้ด้านในจะเป็นไส้ถั่วแดงหรือถั่วขาว อย่าง ขนมโดรายากิ ที่เป็นขนมแป้งทอดไส้ถั่วแดง ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นของโปรดของโดราเอมอน (Doraemon) เจ้าแมวหุ่นยนต์สีฟ้าขวัญใจของใครหลาย ๆ คนนั่นแหละค่ะ

ในสมัยนาระ (ปี ค.ศ. 710-784) ประเทศญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลการทำขนมโดยการใช้ข้าวเป็นวัตถุดิลบในการทำ โดนผ่านการเผยแพร่จากพระสงฆ์ที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนา ขนมที่เริ่มต้นคิดค้นนั้นคือ “ขนมโมจิ” และ “ขนมดังโงะ” ที่ใช้ในพิธีการทางศาสนา ทำให้วากาชิยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก จนมาในสมัยมุโรมาจิ (ปี ค.ศ. 1336 – 1573) ประเทศญี่ปุ่นเริ่มมีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติอย่างโปรตุเกสและสเปนและได้นำเข้าวัตถุดิบอย่างน้ำตาลเข้ามาในประเทศ ทำให้ขนมวากาชิมีรสชาติหวานและกลายเป็นยุคที่โดดเด่นสำหรับขนมเลยทีเดียวค่ะ จนมาถึงสมัยเอโดะ ที่เริ่มมีการพัฒนาสูตรขนมต่าง ๆ และมีการแข่งขันเกิดขึ้น ชาวญี่ปุ่นได้รู้จักและลิ้มลองกับขนมวากาชิได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ขนมวากาชิยังเป็นส่วนประกอบหลักในพิธีการชงชา หรือถูกมอบให้เป็นของขวัญสำคัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ และนอกจากหน้าตาที่น่ารักจนใครหลาย ๆ คน แทบไม่อยากทาน จุดเด่นของวากาชิยังสามารถแบ่งออกมาได้เป็น 3 อย่างด้วยกัน คือ

  •  รสชาติที่ไม่ควรหวานมากนัก ขนมวากาชิควรจะมีรสชาติหวานแบบอ่อน ๆ 
  • กระบวนการทำขนม ส่วนมากการทำวากาชิจะใช้วิธีการนึ่ง หรือต้มและการนวดในการทำขนม
  • รูปร่างและขนาดของขนม ขนมวากาชิมักจะมีรูปร่างตามฤดูกาล เป็นชิ้นพอดีคำ

 

ประเภทของวากาชิ

การแบ่งประเภทของขนมวากาชินั้นจะมีวิธีในการแบ่งประเภทของขนมตามปริมาณของน้ำที่อยู่ภายในขนม ทำให้เราสามารถแบ่งประเภทของขนมวากาชิออกได้ทั้งหมด 3 กลุ่มคือ

  • นามะกาชิ กลุ่มขนมที่มีปริมาณน้ำอยู่ภายในถึง 30% หรืออาจจะมากกว่านั้น ทำให้ขนมชนิดนี้ไม่สามารถเก็บไว้ได้นานหลังจากผลิตเสร็จควรทานเลย หรือเก็บได้ไม่เกิน 2-3 วันหลังผลิตเสร็จ  อาทิ โมจิ ,ดังโงะ, เนริคิริและโยคัง
  • ฮันนามะกาชิ กลุ่มขนมที่มีปริมาณน้ำอยู่ภายใน 10-30 % ทำให้สามารถเก็บรักษาได้นานกว่ากลุ่มขนมนามะกาชิ อาทิ อิมกาวายากิ ,โดรายากิและอัง
  • ฮิกาชิ กลุ่มขนมที่มีปริมาณน้ำน้อยที่สุด มีปริมาณน้ำอยู่ภายในน้อยกว่า 10% เป็นขนมแห้งที่สามารถเก็บได้นาน อาทิ ลูกอมอย่างคอมเปโต, แซมเบ้และอาราเระ

ชาวญี่ปุ่นมักจะทานขนมวากาชิคู่กับชาเขียวญี่ปุ่นที่มีรสชาติขมฝาด เมื่อทานขนมวากาชิที่มีรสหวานทำให้ได้รสชาติที่เข้ากันอย่างลงตัวเลยล่ะค่ะ